Saturday, August 17, 2019

มังกรจีนลอกคราบ

จีนเติบโตด้วยอัตราที่สูงมานาน เราสามารถพบเห็นรถไฟความเร็วสูงตามเมืองใหญ่ ๆ ของจีน

หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกปี 2008 จีนเติบโตจากการลงทุนด้วยการกู้ยืมเงิน สร้างโรงงาน และอสังหาริมทรัพย์มากมาย แต่ลงทุนไม่ถูกที่ ไม่คุ้มค่า เกิดอสังหาริมทรัพย์ส่วนเกิน เกิดเมืองร้าง

เดี๋ยวนี้การลงทุนของจีน สร้างการเติบโตน้อยลงกว่าแต่ก่อน
จีนใช้อุตสาหกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่วนมากเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จึงเกิดปัญหามลภาวะ นครใหญ่ ๆ เกิดมลพิษทางอากาศ และน้ำเสีย

การลงทุนสร้างอุตสาหกรรมทำโดยรัฐวิสาหกิจ แต่อัดฉีดเงินจากรัฐมากเกินไป จึงเกิดกำลังการผลิตส่วนเกิน จึงต้องลดกำลังการผลิตส่วนเกินในบางสินค้า เช่น อลูมิเนียม นิเกิล สังกะสี ทองแดง เหล็ก เป็นต้น เมื่อลดกำลังการผลิต จึงต้องลดคนงานด้วย นี่เป็นคำถามว่าจีนจะทำอย่างไรต่อไป

คำตอบคือ แผน 13 ของจีน หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน
จะเป็นแผนมังกรลอกคราบ ดังนี้
1. ไปสู่ประเทศรายได้สูงในปี 2020 แปลว่าต้องเติบโตประมาณ 6.5% ต่อไปอีกพักใหญ่
2. จากการเติบโตด้วยการลงทุนที่ทำให้เกิดปัญหา ไปสู่การเติบโตด้วยการบริโภคของครัวเรือน
3. จากการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต ไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมบริการ
4. อุตสาหกรรมที่เหลืออยู่ จะต้องเป็นอุตสาหกรรมไฮเทคมากยิ่งขึ้น
5. สนใจสังคมและสิ่งแวดล้อม ต้องรักษาสิ่งแวดล้อม และควบคุมอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดมลพิษ
6. เพิ่มสวัสดิการให้ประชาชนจีน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ผลกระทบต่อไทย
ไทยพึ่งพาจีน ไทยป้อนวัตถุดิบ เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์ม แต่ตอนนี้จีนต้องการลดอุตสาหกรรม ไทยจึงต้องกระจายความเสี่ยง หาตลาดใหม่
ผลจากการพัฒนาอุตสาหกรรม ทำให้จีนเกิดชนชั้นกลางมากขึ้น คนมีรายได้สูงขึ้น พวกเขาต้องการสินค้าที่มีคุณภาพดี และบริการที่เน้นไลฟ์ไลต์ เช่น นั่งร้านกาแฟหรู
นักท่องเที่ยวจีนที่มาเป็นกลุ่ม ในอนาคตจะมาเที่ยวด้วยตนเอง เพราะพวกเขาเคยเที่ยวมาแล้ว
เราต้องเข้าใจและรับมือ เช่น สร้างเว็บไซต์เป็นภาษาจีน และภาครัฐต้องช่วยวิจัยตลาดการบริการที่สำคัญ จีนเป็นประเทศใหญ่ ผู้บริโภคแต่ละเมืองมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกัน ต้องวิเคราะห์แยกเป็นแต่ละเมือง
ไทยต้องปรับตัวก่อนจีนจะหันหน้าไปทางอื่น

ความลับของนวัตกรรมจีน

จากหนังสือเรื่อง China’s Next Strategy Advantage สรุปได้ 4 ข้อดังนี้

1. สนใจลูกค้า ดูความต้องการของลูกค้า
เช่น ผลิตรถยนต์ Chery QQ ราคาถูกแค่แสนกว่าบาท สำหรับผู้มีเงินไม่มาก เป็นรถยนต์ที่ดีพอ แต่ไม่ต้องดีเลิศ
เครื่องทำน้ำเต้าหู้ยี่ห้อ Joyoung ปั่นผลไม้ก็ได้ เป็นหม้อหุงข้าวก็ได้

2. คิด innovation เล็ก ๆ ออกมาจำนวนมาก และผลิตเป็นสินค้าออกมาหลากหลายรุ่น
เช่น รถเข็นเด็กยี่ห้อ GoodBaby มีให้เลือกกว่า 1600 รุ่น เพื่อทดลองว่าแบบไหนสามารถไปต่อได้

3. ล้มเหลวให้เร็ว
จีนเชื่อว่า ความเสี่ยงคือ การไม่ทำอะไรเลย
จีนมีวิศวกรจำนวนมาก และเงินเดือนไม่สูง
ใช้วิศวกรกว่า 500 คน คิดค้นรถขนเงินยี่ห้อ FDJ เพื่อใช้ได้ทั่วโลก เพราะปกติรถขนเงินแต่ละธนาคารจะไม่เหมือนกัน แตกต่างไปตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยของแต่ละประเทศ
แอป WeChat ไม่ต้องรอให้สุดยอด ปล่อยออกมาให้เร็ว แล้วทดลองกับคนสองกลุ่ม เช่น กลุ่มแรก 1 ล้านคน กลุ่มที่สอง 5 ล้านคน แล้วดูว่าแบบไหนจะไปได้ดี
มือถือยี่ห้อ Xiaomi ก็เช่นกัน ปล่อยออกมาให้เร็ว หลากหลายรุ่น ดู feedback แล้วทำการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

4. ผู้นำให้ความสนใจ
ประธานบริษัท Haier แจกค้อนให้พนักงานทุบตู้เย็นที่มีปัญหา เพื่อให้พนักงานตระหนักถึงคุณภาพของสินค้า
บริษัท Gold Win ผลิตกังหันลม เพื่อผลิตไฟฟ้า ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ จนเป็นบริษัทผลิตกังหันลมอันดับต้น ๆ ของโลก

สรุป จีนมีจุดแข็งคือ มีตลาดโตเร็ว สินค้าหลากหลาย ผู้นำให้ความสนใจ มี innovation แบบเปิดทั้งทำเอง และรับเทคโนโลยีจากต่างประเทศ หรือซื้อกิจการต่างประเทศ

นวัตกรรมจีนผงาดโลก

จีนซื้อบริษัทในยุโรปมากมาย เช่น
Volvo ผลิตรถยนต์ จากประเทศสวีเดน
Motorola ผลิตมือถือ
Syngenta ผลิตเมล็ดพันธุ์พืช
Kuka ผลิตหุ่นยนต์

จีนมีบริษัท hi-tech จำนวนมาก และส่งออกสินค้าไฮเทคกว่า 20% ของการส่งออกทั้งหมด
จีนไม่ใช่ประเทศที่เป็นฐานอุตสาหกรรมการผลิตราคาถูกอีกต่อไปแล้ว และมีค่าแรงแพงกว่าไทย

ตัวอย่างสินค้านวัตกรรมจีน เช่น
บริษัท Haier แต่เดิมผลิตสินค้าขายให้กับชนบท
ตอนนี้เป็นผู้ผลิตเครื่องซักผ้าและตู้เย็นชั้นนำของโลก
ผลิตเครื่องซักผ้าที่ใช้เป็นที่ล้างผักได้ด้วย
ผลิตตู้เย็นที่สามารถแปลงร่างเป็นโต๊ะเขียนหนังสือได้ ขายให้กับหอพักนักศึกษา

ถ้า eBay เป็นฉลามแห่งมหาสมุทร Alibaba ขอเป็นจระเข้แห่งแม่น้ำแยงซี เพราะได้เปรียบในการต่อสู้ในบ้านของตนเอง
ร้านค้าใน Alibaba ต้องใช้ชื่อจริงในการค้าออนไลน์ เพื่อป้องกันการโกง และยังเก็บประวัติการซื้อขายของร้านค้า เพื่อช่วยให้ร้านค้ามีเครดิตในการไปกู้เงินแบงค์ และ Alibaba สามารถปล่อยกู้เองได้ด้วย ตัวเองดี เศรษฐกิจดีไปด้วย

พัฒนาการของจีน 3 ขั้นได้แก่
1. เติ้ง เสี่ยวผิง ปี 1979 เปิดประเทศ นำจีนเข้าสู่โลกาภิวัฒน์ (globalisation) ตอนนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตนเอง จึงทำการ copy และทำการผลิตและขายในประเทศ
2. ก้าวสู่ระดับโลกด้วยการส่งออกสินค้าขายไปทั่วโลก
3. ซื้อ brand name, technology และคนเก่ง ๆ

สรุป จีนก้าวกระโดดด้วยการวิจัยตัวเองและซื้อกิจการ

Thursday, August 15, 2019

numbers and years การอ่านปี

ให้อ่านเป็นคู่ ตัวอย่างเช่น


The first steam engine - 1698 อ่านว่า sixteen ninety-eight
เครื่องจักรไอน้ำเครื่องแรก เกิดขึ้นในปี 1698


The first railway locomotive - 1814 อ่าน eighteen fourteen
หัวรถจักรรถไฟเครื่องแรก ปี 1814


The first telephone - 1870 อ่านว่า eighteen seventy
โทรศัพท์เครื่องแรก ปี 1870


The first radio - 1901 อ่านว่า nineteen oh one
วิทยุเครื่องแรก ปี 1901 


The first television - 1926 อ่านว่า nineteen twenty-six
โทรทัศน์เครื่องแรก ปี 1926


The first computer - 1944 อ่านว่า nineteen forty-four
คอมพิวเตอร์เครื่องแรก ปี 1944


The World Wide Web - 1992 อ่านว่า nineteen ninety-two
WWW กำเนิดขึ้นในปี 1922


ตัวอย่างเพิ่มเติม
1789 อ่านว่า seventeen eighty-nine
1800 อ่านว่า eighteen hundred
1805 อ่านว่า eighteen oh five
1969 อ่านว่า nineteen sixty-nine
2000 อ่านว่า two thousand
2001 อ่านว่า two thousand one
2009 อ่านว่า two thousand nine

การอ่านจุดทศนิยม เศษส่วน และร้อยละ

Decimals ทศนิยม
point แปลว่า จุด
หน้าจุด ให้อ่านเป็นตัวเลขบอกจำนวน  
หลังจุด ให้อ่านทีละตัวเลข 
เช่น
0.3 อ่านว่า zero point three
1.5 อ่านว่า one point five
12.93 อ่านว่า twelve point nine three
59.367 อ่านว่า fifty-nine point three six seven

Fractions เศษส่วน
ตัวเศษ ให้อ่านเป็นตัวเลขบอกจำนวน
ตัวส่วน ให้อ่านเป็นตัวเลขบอกอันดับ
ถ้าตัวส่วนมากกว่า 1 ให้เติม s
เช่น
⅓ อ่านว่า a third หรือ one third
⅔ อ่านว่า two third
⅗ อ่านว่า three-fifths
7/32 อ่านว่า seven thirty-seconds

การอ่านจำนวนคละ
ให้คั่นด้วย and
เช่น 
1 ¼ อ่านว่า one and a quarter (¼ อ่านว่า a quarter)
2 ½ อ่านว่า two and a half (½ อ่านว่า a half)
8 ¾ อ่านว่า eight and three quarters (¾ อ่านว่า three quarters คือ 3 จาก 4 ส่วนนั่นเอง)

Percentages เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ
10% อ่านว่า ten per cent
17.5% อ่านว่า seventeen point five per cent
99.99% อ่านว่า ninety-nine point nine nine per cent

Food Products สินค้าประเภทอาหาร

grow ปลูก
pick เก็บเกี่ยว
We grow these vegetables in East Africa.
เราปลูกผักเหล่านี้ ที่แอฟริกาตะวันออก
We pick them by hand.
เราเก็บมันด้วยมือ

load บรรจุ โหลด นำขึ้นยานพาหนะ
fly ขนส่งโดยเครื่องบิน
We load them on planes the same day and they fly to Europe.
เราโหลดมันขึ้นเครื่องบิน แล้วขนส่งไปยังยุโรป

unload นำลงจากพาหนะ
store เก็บ
We unload and store them in warehouses, but only for a short period of time. 
เราโหลดมันลงมาจากเครื่องบิน แล้วเก็บไว้ที่โกดัง แต่เป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

sell ขาย
buy ซื้อ
supermarket ห้างซุเปอร์มาเก็ต
customer ลูกค้า
We sell them in supermarkets two days after we pick them. 
เราขายมันที่ซุเปอร์มาเก็ต ภายใจสองวันหลังจากเก็บเกี่ยว
Customers in Europe and North America buy them.
ลูกค้าในยุโรปและอเมริกาเหนือซื้อผักของเรา

Monday, August 12, 2019

Work and Numbers งานและตัวเลข

approximately แปลว่า ประมาณ อาจจะใช้คำว่า around, about แทนก็ได้
There are approximately 4,000 at my company. 
บริษัทของฉันมีพนักงานประมาณ 4000 คน

exact figure แปลว่า ตัวเลขที่แท้จริง
The exact figure is 4,053. 
ตัวเลขที่แท้จริงคือ 4,053 คน

head office แปลว่า สำนักงานใหญ่
There’s one head office and there are six other offices.
มี 1 สำนักงานใหญ่ และ 6 สำนักงานย่อย

on average แปลว่า โดยเฉลี่ย
including แปลว่า รวมไปถึง
The full-time employees work 42 hours a week on average, including overtime.
พนักงานประจำทำงาน 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์โดยเฉลี่ย รวมการทำงานล่วงเวลาแล้ว

mostly แปลว่า ส่วนใหญ่ 
About 70 people work at the head office, mostly top managers.
ประมาณ 70 คนทำงานที่สำนักงานใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นเหล่าผู้จัดการระดับสูง

sites แปลว่า ไซต์งาน ตัวอย่างเช่น 
offices สำนักงาน
store branches ร้านค้าสาขา
warehouses โกดังเก็บสินค้า

altogether แปลว่า รวมกันทั้งหมด
There are approximately 70 sites altogether.
รวมกันทั้งหมดแล้วมีประมาณ 70 ไซต์งาน